Sticky Toffee Pudding – ของหวานที่ทำให้เวลาหยุดนิ่ง
เค้กนุ่มเบาราดด้วยซอสทอฟฟี่มันวาว อบอุ่น หอมกลิ่นเนย และน่าจดจำไม่รู้ลืม — สูตรคลาสสิกที่สมควรได้รับความรักมากกว่านี้นะคะ
Sticky Toffee Pudding ไม่ได้มีความ華華น่าถ่ายรูปลง Instagram เหมือนเค้กช็อกโกแลตทรงสูงหรือดราม่าของน้ำตาลเผาไหม้กรอบๆ หน้าตามันดูเรียบง่าย ดูบริสุทธิ์ซะด้วยซ้ำ แต่แค่คำแรกก็รู้แล้วล่ะค่ะว่าทำไมนี่ถึงเป็นหนึ่งในของส่งออกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอังกฤษ — กลิ่นคาราเมลเข้มข้น เนื้อเค้กนุ่มหอมเนย และซอสทอฟฟี่มันวาวที่ซึมเข้าไปในทุกรูขุมขนของเค้ก
เอลเลนคิดจริงๆ นะคะว่ามันถูกมองข้ามไปมากเกินไป! แทบไม่เคยเห็นในเมนูของหวานตามร้านเลย คงเป็นเพราะมันไม่ฉูดฉาดพอสำหรับโลกโซเชียลมีเดีย แต่ลองทำสักครั้งแล้วจะเข้าใจเองค่ะว่าทำไมมันถึงสมควรได้รับการกลับมา พุดดิ้งอบอุ่นหรูหราจานนี้คือของหวานที่นำคนมารวมกันได้จริงๆ ค่ะ
ส่วนผสม
- ส่วนผสมเดท
- 280 ก. (1 3/4 ถ้วย) เดทชนิด Medjool หรือ Deglet Noor แกะเม็ดแล้วสับหยาบ
- 1 ช้อนชา เบกกิ้งโซดา
- 180 มล. (3/4 ถ้วย) น้ำเดือด
- ส่วนผสมแห้ง
- 140 ก. (1 ถ้วย + 2 ช้อนโต๊ะ) แป้งอเนกประสงค์
- 1½ ช้อนชา ผงฟู
- ⅛ ช้อนชา เกลือละเอียด
- ส่วนผสมเปียก
- 75 ก. (1/3 ถ้วย) เนยจืด นิ่มที่อุณหภูมิห้อง
- 100 ก. (1/2 ถ้วย) น้ำตาลทรายแดง แบบอัดแน่น
- 50 ก. (1/4 ถ้วย) น้ำตาลทรายขาว
- 2 ฟอง ไข่ไก่ใบใหญ่ อุณหภูมิห้อง
- ⅛ ช้อนชา ผงเอสเปรสโซ
- ซอสทอฟฟี่ (ปรับสูตรให้ใช้นมข้นจืดพอดี 1 กระป๋อง)
- 100 ก. (7 ช้อนโต๊ะ) เนยจืด
- ¾ ถ้วย + 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทรายแดงเข้ม
- 1 กระป๋อง (354 มล. / 1 1/2 ถ้วย) นมข้นจืด
- 1½ ช้อนชา วานิลลาสกัด
- 1 หยิบมือ เกลือละเอียด
- *เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลาหรือวิปปิ้งครีมตีนุ่มค่ะ*
วิธีทำ
- 1
สับเดทเป็นชิ้นขนาด 1/4 นิ้ว (6 มม.) แล้วใส่ในชามที่ทนความร้อนได้นะคะ โรยเบกกิ้งโซดาลงไป จากนั้นเทน้ำเดือด (หรือจะใช้กาแฟก็ได้ค่ะ) ลงไปทับ คนให้เข้ากัน ปิดฝาทิ้งไว้ 10–15 นาที พอเดทนิ่มดีแล้วก็บี้ให้แหลกด้วยส้อมจนส่วนผสมข้นเหมือนแยม ถ้าจะยังมีเนื้อเดทเป็นชิ้นเล็กๆ อยู่บ้างก็ไม่เป็นไรนะคะ เอลเลนเองชอบปั่นในฟู้ดโปรเซสเซอร์สัก 2–3 ครั้งสั้นๆ ค่ะ ส่วนผสมควรยังอุ่นอยู่ แต่ไม่ร้อนจัดก่อนเทลงแป้งนะคะ
- 2
อุ่นเตาอบที่ 350°F (175°C) ค่ะ ทาเนยและรองกระดาษไขในถาดโลหะขนาด 8×8 หรือ 9×9 นิ้ว (20×20 หรือ 23×23 ซม.)
ร่อนแป้ง ผงฟู และเกลือรวมกันในชามขนาดกลางค่ะ จากนั้นใช้เครื่องตีที่มีหัวตีแบบพาย ตีเนยกับน้ำตาลทั้งสองชนิดด้วยความเร็วปานกลาง-สูง ประมาณ 2–3 นาที จนส่วนผสมสีอ่อนลงและฟูนุ่ม ใส่ไข่ทีละฟอง ตีให้เข้ากัน แล้วใส่ผงเอสเปรสโซลงไปค่ะ
ลดความเร็วลงต่ำ ใส่ส่วนผสมแป้งครึ่งหนึ่ง คนจนเข้ากัน แล้วเทส่วนผสมเดทที่ยังอุ่นลงไป คนเบาๆ ค่ะ จากนั้นตะล่อมแป้งที่เหลือลงไปพอเข้ากันเรียบเนียน อย่าคนมากเกินไปนะคะ เทแป้งลงในถาดที่เตรียมไว้ แล้วปาดให้เรียบสม่ำเสมอค่ะ
- 3
ถ้าใช้ถาด 9×9 นิ้ว (23×23 ซม.) อบ 22–25 นาทีนะคะ ถ้าใช้ถาด 8×8 นิ้ว (20×20 ซม.) อบ 28–33 นาทีค่ะ เค้กสุกดีเมื่อตรงกลางวัดอุณหภูมิได้ 200–203°F (93–95°C) หรือเมื่อจิ้มไม้ปลายแหลมแล้วติดแค่เศษเค้กชื้นๆ ไม่มีแป้งดิบติดออกมานะคะ พักบนตะแกรงให้เย็นลง 10 นาทีก่อนราดซอสค่ะ
- 4
ใส่เนย น้ำตาลทรายแดง และนมข้นจืดลงในหม้อขนาดกลางค่ะ ตั้งไฟปานกลาง คนจนเนยละลายและน้ำตาลละลายหมด พอส่วนผสมเริ่มเดือดปุดๆ เบาๆ (มีฟองเล็กๆ ทั่วผิว) ให้เริ่มจับเวลาเลยนะคะ เคี่ยวต่อ 5–6 นาที คนตลอดเวลา จนซอสเคลือบหลังช้อนได้และวัดอุณหภูมิได้ 215–220°F (101–104°C) ยกออกจากไฟ ใส่วานิลลาและเกลือ คนจนมันวาวค่ะ ซอสจะข้นขึ้นอีกนิดเมื่อเย็นลง ถ้าข้นเกินไปหลังพักแล้ว ให้ตีด้วยวิสก์พร้อมเติมนมข้นจืดหรือน้ำ 1–2 ช้อนชา (5–10 มล.) ค่ะ
- 5
หลังจากเค้กพัก 10 นาทีแล้ว ให้ใช้ไม้เสียบแทงรูทั่วหน้าเค้กเลยนะคะ จากนั้นตักหรือแปรงซอสร้อนประมาณ 1/3 ของทั้งหมดให้ทั่วหน้าเค้กเพื่อให้ซึมลงไป พักทิ้งไว้ 10–15 นาที เพื่อให้ซอสซึมเข้าเนื้อเค้กจนหน้าดูมันวาวสวยงามค่ะ
ตัดเค้กขณะที่ยังอุ่นแต่เซ็ตตัวแล้วนะคะ อุณหภูมิภายในควรอยู่ที่ประมาณ 140–150°F (60–65°C) ใช้มีดอุ่นทาน้ำมันบางๆ แล้วเช็ดมีดระหว่างตัดแต่ละชิ้นเพื่อให้ขอบสวยงามค่ะ เสิร์ฟแต่ละชิ้นพร้อมซอสทอฟฟี่อุ่นๆ ราดด้านบน และไอศกรีมวานิลลาตักใหญ่ๆ ข้างๆ ค่ะ
คำถามที่พบบ่อย
คุณได้ลองทำสูตรนี้หรือเปล่า?
ให้คะแนนดาว — เพื่อช่วยให้คนอื่นๆ ค้นพบสูตรนี้!
ความคิดเห็น
กำลังหาเมนูอื่นอยู่ใช่ไหม? ดูคอลเลกชันทั้งหมด — กรองตามไลฟ์สไตล์ หรือความต้องการทางโภชนาการ






