สูตรอาหารคอลเลกชันเกี่ยวกับ
ข้ามไปที่สูตร
Lime cheesecake bars with salted butterscotch topping and buttery pecan crust, sliced and plated on white surface with sparkly garnish
ของหวาน

ไลม์ชีสเค้กบาร์ หน้าบัตเตอร์สก็อตช์เค็มหอม บนฐานพีแคนเนยสด 🍋🍰✨

ชีสเค้กบาร์แสนอร่อยที่มีครบทุกอย่างในชิ้นเดียว ทั้งเนื้อครีมมี่เข้มข้น รสไลม์สดชื่นสดใส ผสานกับหน้าบัตเตอร์สก็อตช์รสหวานเค็มกำลังดีนะคะ

เตรียม
25 นาที
ปรุง
1ชม. 15นาที
รวม
1ชม. 40นาที
สำหรับ
16
สไตล์
🍽 หรูหรา
📌 PinterestFacebookWhatsAppอีเมล𝕏

แค่อ่านชื่อสูตรก็อยากลงมือทำแล้วใช่ไหมคะ? ชีสเค้กบาร์นี้มีครบทุกอย่างที่อยากได้จริงๆ ค่ะ ทั้งเนื้อเนียนนุ่มเข้มข้น รสไลม์สดชื่นสมดุลกับหน้าบัตเตอร์สก็อตช์รสหวานเค็มเข้ากันพอดี แล้วฐานพีแคนเนยหอมๆ ก็ช่วยผูกทุกเลเยอร์เข้าหากัน ได้ทั้งเนื้อสัมผัสและรสชาติที่ทำให้อยากกินอีกชิ้นอยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ!

เอลเลนนี่ติดใจรสบัตเตอร์สก็อตช์กับพีแคนมาตั้งแต่ทำ Shmoo Torte แล้วล่ะค่ะ แต่สิ่งที่เรียนรู้มาคือ ความเข้มข้นจัดจ้านของบัตเตอร์สก็อตช์กับพีแคน ต้องการความสมดุล ไม่งั้นรสชาติจะหนักและซ้ำซากเกินไปค่ะ เลยเอาความชอบสองอย่างนั้นมารีแมทช์กับรสซิตรัสสดใส ได้ออกมาเป็นไลม์ชีสเค้กบาร์นี้เลย! ✨ หลักการทำอาหารข้อแรกเลยค่ะ: ความสมดุลคือทุกอย่าง!

ส่วนผสม

จำนวนเสิร์ฟ:
16
  • สำหรับฐานพีแคน
  • แครกเกอร์บดละเอียด 2 ถ้วย (แครกเกอร์ 2 ซอง หรือประมาณ 10 ออนซ์)
  • พีแคนสับละเอียด ⅓ ถ้วย
  • น้ำตาลทรายแดง ⅓ ถ้วย
  • เนยละลาย 1 ก้อน (เนย)
  • เกลือ 1 หยิบมือ
  • สำหรับไส้ชีสเค้ก
  • ครีมชีส 3 แพ็กเกจ นิ่มที่อุณหภูมิห้อง
  • วานิลลา 2 ช้อนชา
  • ผิวไลม์ขูด 2 ช้อนชา
  • น้ำมะนาวไลม์ ½ ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1 ½ ถ้วย
  • ไข่ไก่ 4 ฟอง (แบบเย็นจากตู้เย็น)
  • ครีมเปรี้ยว ½ ถ้วย (อุณหภูมิห้อง)
  • สำหรับหน้าบัตเตอร์สก็อตช์
  • เนย ¼ ถ้วย (4 ช้อนโต๊ะ หรือ ½ ก้อน (เนย))
  • น้ำตาลทรายแดงเข้ม ½ ถ้วย
  • วิปปิ้งครีม ½ ถ้วย
  • วานิลลา ½ ช้อนชา
  • เกลือโคเชอร์หรือเกลือเม็ดหยาบอื่นๆ ¼ ช้อนชา บวกเพิ่มตามชอบ (ถ้าใช้เกลือป่นละเอียด ให้ใช้ครึ่งหนึ่งค่ะ)

วิธีทำ

  1. 1

    อุ่นเตาอบที่ 375°F ค่ะ แล้วนำถาดอบขนาด 9x13 นิ้ว ปูด้วยกระดาษฟอยล์ให้ขอบเกินออกมาทั้งสองด้านนะคะ จะได้ยกชีสเค้กออกจากถาดได้ง่ายทีหลัง จากนั้นทาไขมันบางๆ พักไว้ค่ะ

  2. 2

    ทำฐานพีแคนกันก่อนนะคะ บดแครกเกอร์ให้ละเอียดจะใช้ฟู้ดโปรเซสเซอร์ เครื่องปั่น หรือใส่ถุงซิปล็อคแล้วทุบด้วยไม้นวดแป้งก็ได้ค่ะ สับพีแคนแล้วนำไปคลุกกับแครกเกอร์ที่บดไว้ ใส่น้ำตาลและเกลือลงไปคนให้เข้ากัน แล้วเทเนยละลายลงไปคลุกให้ทั่วค่ะ กดส่วนผสมลงในถาดที่เตรียมไว้ให้แน่น นำเข้าเตาอบประมาณ 8–10 นาที จนฐานเซ็ตตัวแล้วนะคะ สีอาจไม่เปลี่ยนมากค่ะ พักไว้ให้เย็น ระหว่างรอลดอุณหภูมิเตาอบลงเหลือ 325°F ค่ะ

  3. 3

    ในโถของเครื่องผสม ตีครีมชีสจนเนียนประมาณ 3 นาทีค่ะ หยุดขูดข้างโถ จากนั้นใส่วานิลลา น้ำมะนาวไลม์ เกลือ และผิวไลม์ขูดลงไป ตีต่ออีกประมาณ 3 นาทีค่ะ

  4. 4

    ใส่น้ำตาลลงไปทีเดียวเลยค่ะ แล้วตีประมาณ 2 นาที จนส่วนผสมเข้ากันดีนะคะ

  5. 5

    ขั้นตอนนี้เป็นเทคนิคของเชฟขนมอบที่ช่วยให้เนื้อชีสเค้กเนียนสมบูรณ์แบบค่ะ ไม่บังคับแต่แนะนำเลย วางตะแกรงร่อนละเอียดไว้เหนือโถชีสเค้ก แล้ววางไข่ลงบนตะแกรง ใช้พายยางกดและคนไข่จนไหลผ่านตะแกรงลงไปได้ค่ะ ส่วนที่เป็นก้อนๆ คล้ายลิ่มที่เหลืออยู่บนตะแกรงให้ทิ้งไปนะคะ ตอนแรกอาจรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้เลย แต่อดทนสักนิดแล้วมันจะผ่านได้เองค่ะ ไว้ใจกระบวนการนี้นะ จากนั้นค่อยๆ คนไข่เข้าส่วนผสมด้วยความเร็วต่ำค่ะ สำคัญมากที่ต้องใช้ความเร็วต่ำ เพราะถ้าตีเร็วเกินไปจะทำให้มีฟองอากาศในแป้ง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้ชีสเค้กแตกร้าวค่ะ ขั้นตอนนี้ช่วยให้มั่นใจว่าไม่มีก้อนที่มีเนื้อสัมผัสไม่พึงประสงค์หลุดลงไปในชีสเค้กของเราค่ะ

  6. 6

    หยุดขูดข้างโถอีกครั้งนะคะ แล้วใส่ครีมเปรี้ยว (หรือวิปปิ้งครีม) ลงไป คนด้วยความเร็วต่ำอีกประมาณหนึ่งนาทีจนเข้ากันดีค่ะ ถ้าอยากให้สีสวยงามขึ้น ใส่สีผสมอาหารสีเขียวลงไปนิดหน่อยพร้อมกับครีมได้เลยนะคะ แต่ใส่นิดเดียวก่อนค่ะ ไม่งั้นชีสเค้กจะเขียวเกินเป็นการ์ตูนไปเลย จากนั้นเทแป้งลงในถาดที่มีฐานเย็นแล้วรอไว้ค่ะ

  7. 7

    นำเข้าเตาอบประมาณ 45–50 นาทีค่ะ จนไส้เซ็ตตัวแต่ยังสั่นไหวและนุ่มตรงกลางนะคะ จำไว้ว่าชีสเค้กจะเซ็ตสมบูรณ์เมื่อเย็นลงค่ะ ถ้าใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดที่ระยะห่างจากขอบ 1 นิ้ว อุณหภูมิควรอยู่ที่ประมาณ 180°F นะคะ

  8. 8

    เมื่ออบเสร็จแล้ว ปิดเตาอบแต่เปิดประตูทิ้งไว้กว้างสุดค่ะ ค่อยๆ ดึงแร็คออกมาจนชีสเค้กอยู่ใกล้ปากเตาพอดี วิธีนี้จะช่วยให้ชีสเค้กค่อยๆ เย็นลงโดยมีความร้อนที่เหลืออยู่ช่วยประคอง ป้องกันไม่ให้ผิวแตกร้าวค่ะ ทำแบบนี้ประมาณ 20 นาที จากนั้นนำออกมาพักต่อที่อุณหภูมิห้องอีก 15–30 นาทีค่ะ ระหว่างรอก็เริ่มทำซอสบัตเตอร์สก็อตช์ได้เลยนะคะ

  9. 9

    ทำหน้าบัตเตอร์สก็อตช์กันค่ะ ซอสจะเดือดฟูและพุ่งขึ้นมาค่อนข้างมาก แนะนำให้ใช้หม้อขนาดกลางนะคะ อย่าใช้หม้อเล็กเด็ดขาดค่ะ ใส่เนยและน้ำตาลลงไป ตั้งไฟกลาง หมุนหม้อและคนเป็นครั้งคราวด้วยพายยางประมาณ 3 นาทีค่ะ ซอสจะเริ่มเนียนและไหลดี ไม่มีเม็ดทรายแล้วนะคะ นั่นคือสัญญาณว่าน้ำตาลละลายหมดแล้วค่ะ จากนั้นใส่วิปปิ้งครีมลงไป แล้วลดไฟลงเป็นกลางค่อนอ่อน คนตลอดเวลาด้วยพายทนความร้อน ปรุงต่อ 7–8 นาที จนอุณหภูมิซอสถึง 225°F ค่ะ หลังจากผ่านไปหนึ่งนาที ให้เปิดไฟกลางอีกครั้งนะคะ ยกออกจากเตา ใส่วานิลลาและเกลือหยาบ ¼ ช้อนชา (เต็มๆ หน่อยนะคะ) คนให้เข้ากัน พักซอสไว้ประมาณ 5 นาที เพราะร้อนมากค่ะ จากนั้นชิมดูว่าอยากเพิ่มเกลืออีกไหมนะคะ เกลือช่วยให้ซอสนี้มีมิติมากขึ้นอย่างน่าทึ่งเลยค่ะ อย่ากลัวที่จะเติมนะ เอลเลนใช้ฟลอร์เดอเซล ½ ช้อนชา แต่แต่ละยี่ห้อความเค็มต่างกันค่ะ เริ่มที่ ¼ ช้อนชา แล้วปรับตามชอบได้เลยนะคะ

  10. 10

    เทซอสราดลงบนชีสเค้กของเราค่ะ แล้วนำเข้าตู้เย็นอย่างน้อย 4 ชั่วโมง หรือจะแช่ข้ามคืนยิ่งดีเลยค่ะ พอพร้อมเสิร์ฟก็ตัดเป็นบาร์ได้เลยนะคะ ใช้มีดคมจุ่มน้ำร้อนแล้วเช็ดให้แห้งด้วยกระดาษทิชชูระหว่างการตัดแต่ละครั้งค่ะ ตรวจดูให้แน่ใจว่าชีสเค้กเย็นจัดก่อน เพราะซอสบัตเตอร์สก็อตช์จะเซ็ตตัวดีและตัดได้สวยที่สุดตอนเย็นค่ะ ถ้าอยากตกแต่งเพิ่มจะโรยฟลอร์เดอเซลหรือเกลือหยาบอื่นๆ เพิ่มก็ได้เลยนะคะ

📝 บันทึกของ Ellen

(ไม่มี)

คำถามที่พบบ่อย

ทำไลม์ชีสเค้กบาร์ล่วงหน้าได้ไหมคะ?+
ได้เลยค่ะ! จริงๆ แล้วบาร์พวกนี้อร่อยขึ้นอีกในวันถัดไปเมื่อรสชาติซึมเข้าหากันดีแล้วค่ะ เก็บในตู้เย็นโดยคลุมให้มิดชิดได้นานถึง 5 วัน หรือแช่แข็งได้นานถึง 3 เดือนเลย แค่ละลายในตู้เย็นก่อนเสิร์ฟก็พร้อมทานแล้วค่ะ
จะใช้อะไรแทนน้ำมะนาวไลม์และผิวไลม์ขูดได้บ้างคะ?+
ใช้น้ำมะนาวเลมอนและผิวเลมอนขูดแทนได้เลยค่ะ ได้รสคลาสสิกมากเลย หรือจะผสมทั้งสองอย่างเข้าด้วยกันก็ได้รสซิตรัสที่น่าสนใจมากค่ะ ใช้ปริมาณเท่าเดิมได้เลยนะคะ เพราะระดับความเป็นกรดใกล้เคียงกันค่ะ
ทำไมชีสเค้กบาร์ของฉันถึงแตกร้าวคะ?+
รอยแตกมักเกิดจากการอบนานเกินไปค่ะ ให้ใช้ไข่แบบเย็นจากตู้เย็น เพราะจะผสมเข้ากันได้ง่ายโดยไม่ต้องตีนานจนเกินไปนะคะ และอย่าอบเกิน 375°F ล่ะค่ะ ชีสเค้กสุกแล้วเมื่อขอบเซ็ตตัวแต่ตรงกลางยังสั่นไหวอยู่เล็กน้อยค่ะ
จะตัดบาร์ยังไงให้หน้าบัตเตอร์สก็อตช์ไม่เลอะเทอะคะ?+
แช่เย็นบาร์อย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนตัดนะคะ เพื่อให้ชีสเค้กเซ็ตตัวสมบูรณ์ค่ะ จากนั้นใช้มีดคมจุ่มน้ำร้อนแล้วเช็ดให้แห้งสะอาดระหว่างตัดแต่ละครั้ง รับรองว่าได้ขอบที่เรียบสวยงามแน่นอนค่ะ

คุณได้ลองทำสูตรนี้หรือเปล่า?

ให้คะแนนดาว — เพื่อช่วยให้คนอื่นๆ ค้นพบสูตรนี้!

ความคิดเห็น

มาเป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็นสิคะ!

เลือกดูต่อ

คุณอาจจะชอบ

ชีสเค้กช็อกโกแลตราสเบอร์รี่ที่ดีที่สุด—สวยงามและอร่อยจนต้องลอง
ของหวาน
ชีสเค้กช็อกโกแลตราสเบอร์รี่ที่ดีที่สุด—สวยงามและอร่อยจนต้องลอง
การจับคู่ช็อกโกแลตเข้มข้นกับราสเบอร์รี่เปรี้ยวหวานสดชื่นนั้นพิเศษมากเลยนะคะ ชีสเค้กช็อกโกแลตราสเบอร์รี่นี้ผสมช็อกโกแลตละลายแท้ๆ ลงในเนื้อชีสเค้ก วนลายราสเบอร์รี่รีดักชันโฮมเมด และตกแต่งด้วยกานาชเนียนลื่นที่ทำให้ทุกชิ้นดูสวยงามราวกับงานศิลป์ค่ะ
5.0 (3)
พายพีแคนที่ดีที่สุด – คลาสสิกสไตล์ใต้พร้อมวาริเอชันสุดพิเศษ
ของหวาน
พายพีแคนที่ดีที่สุด – คลาสสิกสไตล์ใต้พร้อมวาริเอชันสุดพิเศษ
พายพีแคนที่ดีที่สุดที่คุณจะได้ทำ — ของหวานแบบคลาสสิกสไตล์ภาคใต้ที่อร่อยยิ่งขึ้นด้วยเนยสีน้ำตาล เอสเปรสโซ เบอร์เบิน และเกลือรมควัน ไส้ที่หวานพอดี ไม่หวานจนเกินไป และแป้งพายที่อบออกมากรอบสมบูรณ์แบบ ทำให้พายชิ้นนี้เป็นที่รักของทั้งผู้ใหญ่และเด็กนะคะ
5.0 (2)

กำลังหาเมนูอื่นอยู่ใช่ไหม? ดูคอลเลกชันทั้งหมด — กรองตามไลฟ์สไตล์ หรือความต้องการทางโภชนาการ

ดูสูตรอาหารทั้งหมด
ไลม์ชีสเค้กบาร์ หน้าบัตเตอร์สก็อตช์เค็มหอม บนฐานพีแคนเนยสด 🍋🍰✨ | Food 400°