หน้าแรกสูตรอาหารคอลเลกชันเกี่ยวกับ
ภาษา
ข้ามไปที่สูตร
Moist blueberry muffins in a muffin tin with plump blueberries bursting through golden-brown tops
ของหวาน

มัฟฟินบลูเบอร์รี่สูตรใหม่ของฉัน

ฉันรักสูตรมัฟฟินบลูเบอร์รี่ดั้งเดิมของตัวเองมากนะคะ แต่ในฐานะที่เขียนบล็อกอาหาร ก็ต้องหาทางพัฒนาสูตรอยู่เสมอค่ะ การทำอิมัลชันจากน้ำมันกับซาวครีมนั้นช่วยให้ขนมอบนุ่ม촉촉ชุ่มชื้นได้จริงๆ นี่คือเคล็ดลับที่ได้มาจากการฝึกทำคัพเค้กวานิลลาอยู่หลายเดือนเลยค่ะ

แตะเพื่อให้คะแนนสูตรนี้

1.0 (1)
เตรียม
15 นาที
cool
5 นาที
ปรุง
23 นาที
รวม
38 นาที
สำหรับ
12
สไตล์
💰 ประหยัด
เผยแพร่ครั้งแรก มิถุนายน 2567อัปเดตล่าสุด มิถุนายน 2567

ฉันรักสูตรมัฟฟินบลูเบอร์รี่ดั้งเดิมของตัวเองมากนะคะ แต่ในฐานะที่เขียนบล็อกอาหาร ก็ต้องมองหาสิ่งที่จะพัฒนาสูตรให้ดีขึ้นไปอีกอยู่เสมอค่ะ

การทำอิมัลชันจากน้ำมันกับซาวครีมนั้นช่วยให้ขนมอบชุ่มชื้นได้จริงๆ ค่ะ นี่คือเคล็ดลับที่ได้มาจากการฝึกทำคัพเค้กวานิลลาซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่หลายเดือนเลยทีเดียว

แต่กลิ่นหอมของเนยที่ได้จากการอบก็สำคัญมากไม่แพ้กันนะคะ เลยใช้ทั้งสองอย่างในสูตรนี้เลย ได้แก่ น้ำมันผสมกับซาวครีมเพื่อความชุ่มชื้น และเนยละลายเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติค่ะ

สูตรนี้ยังตัดสตรูเซลออกไปด้วยนะคะ แค่ใช้น้ำตาลเทอร์บินาโดหยาบๆ โรยหน้า ก็ช่วยให้รสชาติของบลูเบอร์รี่โดดเด่นขึ้นมาได้เลยค่ะ

🍳 อุปกรณ์ที่จำเป็น

ตาชั่งน้ำหนักถ้วยตวงช้อนตวงไมโครเพลนชามผสมแบบอบมัฟฟินเตาอบตะกร้อ

ส่วนผสม

จำนวนเสิร์ฟ:
12
  • 100 ก. น้ำตาลทราย
  • 60 มล. น้ำตาลทรายแดง
  • 1½ ช้อนชา มะนาว 1/2 ลูก ขูดผิวและคั้นน้ำ (น้ำมะนาว )
  • 60 มล. เนยละลาย
  • 60 มล. น้ำมันสูตรกลาง เช่น คาโนลาหรือทานตะวัน
  • 160 มล. ซาวครีม
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • 2 ช้อนชา (10ml) วานิลลา
  • ½ ช้อนชา เกลือโคเชอร์
  • 220 ก. แป้งอเนกประสงค์
  • 1¾ ช้อนชา ผงฟู
  • ¼ ช้อนชา เบกกิ้งโซดา
  • 185 ก. บลูเบอร์รี่ คลุกกับแป้ง 2 tsp
  • 2 ช้อนชา น้ำตาลเทอร์บินาโด

วิธีทำ

  1. 1

    อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 350°F (175°C) นะคะ วางกระดาษถ้วยมัฟฟินลงในพิมพ์มัฟฟินมาตรฐาน 12 หลุม จากนั้นผสมแป้ง เบกกิ้งโซดา และผงฟูในชามเล็กๆ ล้างบลูเบอร์รี่ให้สะอาด ซับให้แห้ง แล้วคลุกกับแป้ง 2 ช้อนชา (10ml) ให้ทั่วค่ะ

  2. 2

    ใส่น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย (100ก.) และน้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วย (50ก.) ลงในชาม ขูดผิวมะนาวลงไปในน้ำตาล แล้วใช้นิ้วถูเบาๆ เพื่อดึงน้ำมันหอมออกจากผิวมะนาวค่ะ จากนั้นเติมวานิลลา 2 ช้อนชา (10ml) น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนชา (7ml) ซาวครีม 2/3 ถ้วย (160ml) น้ำมัน 1/4 ถ้วย (60ml) และไข่ไก่ 2 ฟอง ตีให้เข้ากันดีจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วค่อยๆ เทเนยละลายที่เย็นแล้วลงไป คนให้เข้ากันดีค่ะ

  3. 3

    ร่อนส่วนผสมแป้งลงไป แล้วค่อยๆ คนพับเบาๆ ด้วยพายยางขนาดใหญ่นะคะ อย่าคนมากเกินไปค่ะ จากนั้นใส่บลูเบอร์รี่ลงไปประมาณ 75% คนพับเบาๆ ให้เข้ากัน แล้วตักแป้งใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ โรยบลูเบอร์รี่ที่เหลืออีก 25% ด้านบน แล้วโรยน้ำตาลเทอร์บินาโดตามค่ะ

  4. 4

    อบในเตาที่อุ่นไว้ประมาณ 21–24 นาที หรือจนกว่าไม้จิ้มฟันที่แทงลงตรงกลางจะออกมาสะอาดนะคะ สำหรับเตาของฉัน ประมาณ 22–23 นาทีได้ผลดีที่สุดเลยค่ะ ทานให้อร่อยนะคะ!

ข้อความจาก Ellen: เขียนเป็นภาษาไทยได้เลย! ความคิดเห็นจะถูกแปลอัตโนมัติเพื่อให้ฉันอ่านและตอบกลับได้ คำตอบของฉันจะแสดงเป็นภาษาของคุณ กรุณาให้อภัยความไม่แม่นยำเล็กน้อยในการแปลหรือความล่าช้าเนื่องจากเวลาต่างกัน!

คำถาม ความคิดเห็น และคำชม

กำลังโหลด…
0/2000

คำถามที่พบบ่อย

ทำมัฟฟินบลูเบอร์รี่ล่วงหน้าได้ไหมคะ?+
ได้เลยค่ะ! เก็บมัฟฟินที่เย็นแล้วในภาชนะปิดสนิทไว้ที่อุณหภูมิห้องได้นานถึง 3 วัน หรือจะแช่แข็งไว้ได้นานถึง 3 เดือนค่ะ นอกจากนี้ยังสามารถเตรียมส่วนผสมแห้งไว้ตั้งแต่คืนก่อน แล้วผสมแป้งสดใหม่ตอนเช้าเพื่อให้ได้เนื้อมัฟฟินที่ดีที่สุดได้เลยนะคะ
ถ้าไม่มีซาวครีมจะใช้อะไรแทนได้บ้างคะ?+
ใช้กรีกโยเกิร์ตหรือโยเกิร์ตธรรมดาในอัตราส่วน 1:1 แทนได้เลยค่ะ ได้เนื้อสัมผัสและรสเปรี้ยวใกล้เคียงกันมากเลย หรือจะใช้บัตเตอร์มิลก์แทนก็ได้นะคะ แต่ถ้าอยากรักษาความชุ่มชื้นไว้ ให้ใช้บัตเตอร์มิลก์ 2/3 ถ้วย แล้วลดซาวครีมเหลือ 1/3 ถ้วยค่ะ
ทำไมมัฟฟินบลูเบอร์รี่ถึงออกมาแน่นและหนักจังเลยคะ?+
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือการคนแป้งมากเกินไปค่ะ ซึ่งทำให้กลูเตนพัฒนาและทำให้มัฟฟินเหนียวแน่น คนเพียงแค่ส่วนผสมแห้งเข้ากันพอดี ไม่ต้องกังวลเรื่องก้อนแป้งเล็กๆ นะคะ และอย่าลืมตวงแป้งโดยไม่อัดแน่นลงในถ้วยตวงด้วยนะคะ เพราะสูตรนี้ใช้การชั่งน้ำหนักเพื่อความแม่นยำค่ะ
ต้องใช้บลูเบอร์รี่สดเท่านั้น หรือใช้แบบแช่แข็งได้บ้างคะ?+
ใช้บลูเบอร์รี่แช่แข็งได้เลยค่ะ และยังช่วยให้มัฟฟินชุ่มชื้นด้วยนะคะ ไม่ต้องละลายน้ำแข็งก่อนเลย เอาออกจากช่องแช่แข็งแล้วคลุกกับแป้งได้เลย จากนั้นใส่ลงไปตอนสุดท้ายสุดเพื่อป้องกันไม่ให้บลูเบอร์รี่แตกและสีเลอะแป้งค่ะ

เลือกดูต่อ

คุณอาจจะชอบ

กำลังหาเมนูอื่นอยู่ใช่ไหม? ดูคอลเลกชันทั้งหมด — กรองตามไลฟ์สไตล์ หรือความต้องการทางโภชนาการ

ดูสูตรอาหารทั้งหมด